กกร.คาด GDP ปี 69 โตต่ำกว่า 2% ต่ำสุดในรอบ 30 ปี
时间:2026-01-08 03:48:09 来源:暖芋新声
กกรคาดGDPปีโตต่ำกว่าต่ำสุดในรอบปี
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า เเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤติ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน และคาดว่าไทยจะโตต่ำสุดในภูมิภาค จากทั้งความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิมด้วยขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่และหนี้ครัวเรือนสูง ขาดความสามารถทางการแข่งขันในโลกใหม่ ข้อจำกัดทางงบประมาณทางการคลัง และความท้าทายของภาครัฐที่มีกฎระเบียบจำนวนมากและข้อมูลขาดความเชื่อมโยง ประกอบกับผลกระทบจากภัยพิบัติในปีก่อนหน้า ค่าเงินบาทแข็งค่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ล่าช้า
กกร.มีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่า 8.2% ในปีที่ผ่านมา เป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกเสมือนการที่ภาคธุรกิจโดนเรียกเก็บภาษี (tariff) เพิ่มเติม เป็นการเซาะกร่อนภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออก จึงอยากให้หน่วยงานการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มีการแข็งค่าตามราคาทองคำ และบทบาทของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยต่อค่าเงินบาท โดย กกร.สนับสนุนให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ connect the dots เพิ่มการรับรู้แหล่งที่มาของเงิน ข้อมูลเชิงลึกของเงินบาทของบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย โดยไม่ยึดติดกับกรอบการกำกับเดิมๆ และป้องกันไม่ให้ธุรกรรมดังกล่าวบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันและภาคเศรษฐกิจจริงของประเทศ
“เงินบาทแข็งค่าจากปัจจัยกดดัน 2 ปัจจัย คือ 1.การยึดโยงเกี่ยวเนื่องกับทองคำ 2.Digital asset ดังนั้นจึงอยากเห็นการยึดโยงการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเป็นระบบ” นายพจน์ กล่าว
ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปี 2568 เงินบาทแข็งค่า 8.2% ขณะที่ค่าเงินเวียดนามอ่อนค่าถึง 3% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาทพบว่ามีส่วนต่างกันมากเกือบ 12% ทำให้ไทยสู้ไม่ได้ ดังนั้นหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าได้เราก็จะสูญเสียความสามารถการแข่งขันโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนผ่านเหตุการณ์สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงเวเนซูเอลา เป็นการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลกชัดเจนขึ้น (New World Order) ซึ่งกระทบกับระบบเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงจากปีก่อน อีกทั้งผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะเริ่มเห็นผลมากขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนที่สินค้าส่งออกไทย ที่ไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เริ่มหดตัว สะท้อนความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจไทยที่สูงขึ้น ดังนั้นไทยต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลง
กกร.คงกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 (ณ ม.ค.69) GDP โต 1.6-2.0 ส่งออก -1.5 ถึง -0.5 ส่วนเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.2-0.7
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า เเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤติ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน และคาดว่าไทยจะโตต่ำสุดในภูมิภาค จากทั้งความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิมด้วยขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่และหนี้ครัวเรือนสูง ขาดความสามารถทางการแข่งขันในโลกใหม่ ข้อจำกัดทางงบประมาณทางการคลัง และความท้าทายของภาครัฐที่มีกฎระเบียบจำนวนมากและข้อมูลขาดความเชื่อมโยง ประกอบกับผลกระทบจากภัยพิบัติในปีก่อนหน้า ค่าเงินบาทแข็งค่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ล่าช้า
กกร.มีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่า 8.2% ในปีที่ผ่านมา เป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกเสมือนการที่ภาคธุรกิจโดนเรียกเก็บภาษี (tariff) เพิ่มเติม เป็นการเซาะกร่อนภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออก จึงอยากให้หน่วยงานการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มีการแข็งค่าตามราคาทองคำ และบทบาทของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยต่อค่าเงินบาท โดย กกร.สนับสนุนให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ connect the dots เพิ่มการรับรู้แหล่งที่มาของเงิน ข้อมูลเชิงลึกของเงินบาทของบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย โดยไม่ยึดติดกับกรอบการกำกับเดิมๆ และป้องกันไม่ให้ธุรกรรมดังกล่าวบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันและภาคเศรษฐกิจจริงของประเทศ
“เงินบาทแข็งค่าจากปัจจัยกดดัน 2 ปัจจัย คือ 1.การยึดโยงเกี่ยวเนื่องกับทองคำ 2.Digital asset ดังนั้นจึงอยากเห็นการยึดโยงการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเป็นระบบ” นายพจน์ กล่าว
ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปี 2568 เงินบาทแข็งค่า 8.2% ขณะที่ค่าเงินเวียดนามอ่อนค่าถึง 3% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาทพบว่ามีส่วนต่างกันมากเกือบ 12% ทำให้ไทยสู้ไม่ได้ ดังนั้นหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าได้เราก็จะสูญเสียความสามารถการแข่งขันโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนผ่านเหตุการณ์สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงเวเนซูเอลา เป็นการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลกชัดเจนขึ้น (New World Order) ซึ่งกระทบกับระบบเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงจากปีก่อน อีกทั้งผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะเริ่มเห็นผลมากขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนที่สินค้าส่งออกไทย ที่ไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เริ่มหดตัว สะท้อนความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจไทยที่สูงขึ้น ดังนั้นไทยต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลง
กกร.คงกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 (ณ ม.ค.69) GDP โต 1.6-2.0 ส่งออก -1.5 ถึง -0.5 ส่วนเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.2-0.7
相关内容
- ·《玩具熊的五夜后宫2》受到严厉批评:臃肿且杂乱!
- ·洽洽食品斩获中国食品工业十四五"标杆企业+领军人物"双项大奖
- ·中国AES100发动机配装全球首款6吨级倾转旋翼机成功首飞
- ·第77届艾美奖获奖名单揭晓 《混沌少年时》成最大赢家
- ·机长副机长在驾驶舱打架 ,航空公司回应
- ·新三国志曹操传新年庆典活动速通攻略
- ·รวมสุดยอดภาพถ่ายธรรมชาติแห่งปี 2025
- ·移动支付金额不断提升 这三行业人均月可支配收入居前三
- ·三环节入手让苦瓜不苦 苦瓜炒蛋
- ·苹果员工证词翻盘:除高通没有厂商符合苹果要求
- ·คุณจะใช้เอไอเพื่อยกระดับชีวิตตัวเองได้อย่างไร
- ·《酱油拉面永远》PC版下载 Steam正版分流下载
- ·名人励志故事:宋濂读书
- ·洽洽食品斩获中国食品工业十四五"标杆企业+领军人物"双项大奖
- ·Trúng độc đắc xổ số miền Nam, người đàn ông miền Tây chỉ lấy 5 triệu tiền mặt
- ·滴滴:12月31日打车需求量预计突破8000万,打车晚高峰将提前至15时
最新内容
推荐内容
